คลังเก็บป้ายกำกับ: ข่าวด่วน

พายุ 5 ลูกก่อตัวทั่วแปซิฟิก “เซินติญ” เพิ่มฤทธิ์อีกครั้ง ถล่มเวียดนาม

ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น ภูมิภาคเอเชียแปฟิซิก เปิดเผยว่า พบการก่อตัวของพายุเขตร้อนพร้อมๆ กันถึง 5 ลูก

คาดการณ์ว่าพายุอย่างน้อย 2 ลูกจะพัฒนากลายเป็นพายุไต้ฝุ่นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขณะนี้พายุเซินติญยังไม่สิ้นฤทธิ์ ได้ทวีกำลังกลายเป็นพายุโซนร้อนอีกครั้ง

สภาพอากาศฝนตกชุกในพื้นที่ประเทศไทย สปป.ลาว และเวียดนาม เป็นผลจากอิทธิพลของพายุเซินติญ หลังจากที่ขึ้นชายฝั่งเวียดนามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ปกคลุมพื้นที่ตอนบนของ สปป.ลาว ก่อนจะเคลื่อนตัวกลับไปเวียดนาม และลงสู่ทะเลจีนใต้อีกครั้ง

โดยขณะนี้ พายุเซินติญ ได้ทวีกำลังกลายเป็นพายุโซนร้อนอีกครั้งและพัดขึ้นเกาะไหหลำ คาดการณ์ว่าพายุลูกนี้จะขึ้นฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่ ก่อนจะสลายตัวไปในที่สุด ซึ่งจะทำให้สภาพอากาศทางตอนใต้ของประเทศจีนและทางตอนเหนือของเวียดนามยังคงมีฝนตกชุกต่อไป

ขณะเดียวกันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันออกยังพบพายุอีก 4 ลูก ได้แก่ พายุโซนร้อนอ๊อมปึล (Ampil) ที่เพิ่งพัดขึ้นสู่ชายฝั่งประเทศจีน บริเวณนครเซี่ยงไฮ้ และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ อีกทั้งยังมีพายุดีเปรสชั่นอีก 3 ลูก ได้แก่ พายุดีเปรสชั่น Thirteen กำลังมุ่งหน้าไปยังทะเลเหลืองของจีน

พายุดีเปรสชั่น Fourteen มีเส้นทางอยู่ใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิก คาดว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นทางทิศเหนือ ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะพัดขึ้นชายฝั่งประเทศใด และพายุดีเปรสชั่น Fifteen กำลังพัฒนาเป็นพายุโซนร้อนและไต้ฝุ่นตามลำดับ คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงปลายสัปดาห์นี้

ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือน “พายุดีเปรสชั่นบริเวณอ่าวตังเกี๋ย” ซึ่งพายุลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกด้วยความเร็ว 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2561 โดยจะส่งผลกระทบ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยในวันนี้ กทม. และปริมณฑล มีฝนตกประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่

เจ้าของบ้านไฟลุกปริศนาไม่กล้าหลับ ยันไม่ได้ลวงโลก ถกเสื้อพิสูจน์ โต้จุดไฟแช็ค

จากกรณีไฟลุกไหม้ปริศนาภายในบ้าน 4 หลัง ซึ่งเป็นญาติพี่น้องกัน ในพื้นที่บ้านวังไม้แดง หมู่ที่ 6 ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่หมู่บ้านดังกล่าว โดยช่วงบ่ายที่ผ่านมามีฝนตกลงมาเป็นระยะ โดยที่บ้านหลังที่ 4 พบว่า พระอธิการมนตรี อินทรํโส พระภิกษุวัดมาบไผ อ.ขลุง จ.จันทบุรี พร้อมคณะได้เดินทางมาที่วัดแห่งหนึ่งในละแวกใกล้เคียงกับบ้านที่เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ จึงได้แวะเข้ามาดูถึงสาเหตุว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุใด

พระอธิการมนตรี เผยว่า ไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เพลิงที่ลุกไหม้น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เพราะจากการฟังชาวบ้านเล่าว่ามีสารบางอย่างอยู่ในใต้ดิน จึงไม่น่าจะใช่เรื่องภูตผีปีศาจอย่างแน่นอน

น.ส.กาญจนา ภรรยาของนายณรงค์ เจ้าของบ้านหลังที่ 4 เปิดเผยว่า วันนี้ยังไม่เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ แต่เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม เวลาประมาณ 14.00 น. ลูกๆ ได้นั่งเล่นบริเวณเต็นท์หน้าบ้าน ซึ่งระหว่างลูกชายคนเล็กนั่งอยู่บนกองผ้าที่วางไว้บนเตียงหวาย ขณะนั้นพี่ๆ เห็นว่ามีไฟลุก จึงบอกน้องให้ลุกแล้วชวนกันดับไฟ โดยไฟได้ไหม้มุ้ง ผ้าห่มและหมอน

น.ส.กาญจนา ยอมรับว่า ใช้ชีวิตชีวิตลำบากหลังจากเจอเหตุการณ์เพลิงลุกไหม้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา เพราะทุกวันนี้พวกตนต้องอยู่อย่างหวาดผวา เนื่องจากไม่รู้ว่าจะเกิดเพลิงลุกไหม้อีกเมื่อใด

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของบุคคลที่หาว่าสร้างสถานการณ์ เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นไม่ได้มาประสบพบเจอแบบตน แต่ตนอยากบอกว่า คนสติเต็มร้อยที่ไหนจะลุกขึ้นมาเผาสิ่งของ แต่ตนก็เข้าใจว่าไม่สามารถไปห้ามความคิดของบุคคลอื่นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการพูดคุยถึงกรณี รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี ม.เกษตรศาสตร์ หรือ อ.อ๊อด ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ โดยได้แนะนำว่าให้ใช้กล้องเทอร์มอลเพื่อตรวจจับความร้อนเพื่อหาสาเหตุ ซึ่งชาวบ้านอยากให้ อ.อ๊อด ลงพื้นที่มาด้วยตนเอง

ขณะที่บ้านหลังที่ 3 บ้านของนางภาพิมล เปิดเผยว่า วันนี้เกิดเพลิงลุกไหม้เสื้อของหลานสาวที่อยู่บ้านหลังที่ 2 แต่ตนไม่ทราบเวลาว่าไหม้เวลากี่โมง แต่จากการฟังที่ อ.อ๊อด พูดผ่านทางทีวีในหลายๆ เรื่องตนรู้สึกไม่ชอบใจ เนื่องจาก อ.อ๊อด ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แล้วไม่ได้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ แต่ตนทราบดีว่าใครจะมาเชื่อตน เพราะคนส่วนใหญ่ต้องเชื่อผู้ที่เป็นอาจารย์และเป็นดอกเตอร์ ซึ่งชาวบ้านอย่างตนใครจะเชื่อ แต่ตนอยากให้ อ.อ๊อด ลงพื้นที่มาด้วยตนเองเช่นกัน ซี่งขณะนี้คนอื่นอาจเกลียดตนไปแล้ว กล่าวหาว่าตนลวงโลก

ส่วนเหตุไฟไหม้ตรงที่เกิดเหตุก็มีเด็กอยู่ ตนก็ให้เด็กถอดเสื้อก็ไม่พบว่ามีไฟแช็คอยู่กับเด็กเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นางภาพิมล รู้สึกมีความหวังหลังมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ตน แต่ตอนนี้ตนก็ยังคอยระวังเหตุไฟไหม้อยู่ตลอดเวลา

โจรเคาะบ้านขโมยไก่ชน หลงเสน่ห์แม่ลูกอ่อนสาวสวย รุกปล้ำขืนใจ

แม่ลูกอ่อนสาวสวยอยู่บ้านเลี้ยงลูกเพียงลำพัง กลางดึกมีคนมาเคาะบ้านบอกจะมาเอาไก่ชน แต่เห็นสาวสวยจึงเผลอคิดชั่ว ปลุกปล้ำหมายข่มขืน เจอตอบโต้สู้กลับเป็นแผลฉกรรจ์

(9 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเรื่องราวในโซเชียลมีเดียที่มีการแชร์ต่อแพร่หลาย กรณีของหญิงสาวสวยคนหนึ่งถูกโจรบุกขึ้นบ้าน เพื่อหวังจะขโมยไก่ชน ก่อนจะมีการต่อสู้กัน เนื่องจากโจรเปลี่ยนเป้าหมายและพยายามเข้ามาลวนลามกระทำชำเราหญิงสาวแทน

สำหรับกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา ได้รับแจ้งเหตุจากหญิงสาวรายหนึ่งในตำบลแม่ต๋า อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ว่าได้มีคนร้ายบุกรุกมาขโมยไก่ชนที่บ้านและเกิดการต่อสู้กัน เนื่องจากคนร้ายพยายามจะปลุกปล้ำขืนใจ จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น เป็นบ้านของนางจิรานุช อายุ 27 ปี เหยื่อผู้ประสบเหตุ ตรวจสอบภายในบ้านพบข้าวของกระจัดกระจายพังเสียหาย ที่เกิดจากการต่อสู้ นางจิรานุช เปิดเผยว่า เมื่อเวลา ประมาณ 00.30 น. ขณะที่ตนกำลังนอนอยู่ชั้นล่างของบ้านกับลูกสาววัย 8 เดือน ก็ได้ยินเสียงชายคนหนึ่งเรียกว่าจะขอเข้าไปภายในบ้านเพื่อมาเอาไก่ชน เพราะตนกับสามีเลี้ยงไก่ชนไว้ภายในบ้าน

แต่ในช่วงเวลาเกิดเหตุ สามีของตนออกไปทำธุระและไม่ได้กลับมาค้างที่บ้าน ตนจึงเปิดประตูให้ชายคนดังกล่าวเข้ามา เพราะนึกว่าเป็นคนรู้จักกับสามีที่วานให้มาเอาไก่ชน ชายคนดังกล่าวรูปร่างผอม สูงประมาณ 170 ซม. สีผิวเข้ม สวมเสื้อยืดสีกรมท่า กางเกงขายาว

หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็เดิมมาอุ้มไก่ชนออกไป ก่อนจะเหลียวมาหันมองตนและมุ่งตรงเข้ามาพยายามลวนลามปลุกปล้ำ ตนจึงต่อสู้ตอบโต้ทันที คนร้ายได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ส่วนตนก็ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายหลายจุด ก่อนคนร้ายจะอุ้มไก่ชนแล้ววิ่งหนีออกไปจากบ้าน ตนจึงรีบโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา เข้ามาช่วยเหลือ และติดตามตัวคนร้ายมาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เหยื่อผู้ประสบเหตุสามารถจดจำใบหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานแล้ว จะได้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

วิกฤตเช้าวันจันทร์ “ฝนถล่มกรุง” น้ำท่วมทางด่วน อุตุฯ เตือนตกยาวถึง 12 พ.ค.

(7 พ.ค.) เกิดฝนตกหนักช่วงเช้าตรู่ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ อาทิ คลองเตย ทวีวัฒนา จองทอง บางขุนเทียน บางพลัด บางแค ห้วยขวาง สุขุมวิท ลาดพร้าว จตุจักร วังทองหลาง รวมทั้งปริมณฑล เช่น สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ทำให้มีน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุด

นอกจากนี้ รายงานระบุว่า บริเวณทางด่วนรามอินทราอาจณรงค์ ช่วงทางลงด่านประชาอุทิศ ทางขึ้นด่านโยธินพัฒนา ก่อนลงเกษตรนวมินทร์ 1 กม. มีน้ำท่วมขัง 2 ช่องทางซ้าย ทำให้สภาพการจราจรติดขัดอย่างหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศระบุว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองลดลงในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย ช่วงวันที่ 9-12 พ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 7-12 พ.ค. ทำให้ภาคใต้มีเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม และขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย

สำหรับ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 6-8 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 9-12 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

เฝ้าระวัง 12 ตำบล หลังพบหมูโคราช ติดเชื้อหมาบ้า!

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต รักษาการอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า พบหมูติดเชื้อพิษสุนัขบ้า ที่ จ.นครราชสีมา เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 13 เมษายนที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอเมือง ได้รับแจ้งจากอาสาปศุสัตว์ว่า สุกรลูกผสมหมูป่า(หมูกี้) อายุ 5 เดือน ของนายชเอม นูพลกรัง หมู่ 7 บ้านบึงตะโก ต.พลกรัง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ที่เลี้ยงไว้ภายในบ้าน 1 ตัว ได้ตายลง และมีอาการคล้ายโรคพิษสุนัขบ้า

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม หมูตัวดังกล่าวถูกสุนัขจรจัดเข้ามากัดบริเวณลำคอ ได้ตายลงเมื่อวันที่ 13 เมษายนและได้นำตัวอย่างหัวสัตว์ที่ตายส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลการตรวจยืนยันว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 ซากสัตว์ที่เหลือได้ทำการฝังทั้งหมดโดยไม่นำมาบริโภค จากวันเกิดเหตุจนกระทั่งถึงวันนี้เหตุการณ์ปกติ แต่สุนัขตัวที่กัดสุกรดังกล่าว ได้วิ่งเตลิดหนีเข้าไปในป่าหลังหมู่บ้านโดยไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกเลย และจากการสอบถามทราบว่า ไม่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงถูกสุนัขตัวดังกล่าวกัดแต่อย่างใด

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวว่า ในการควบคุมป้องกันโรค ปศุสัตว์อำเภอเมืองนครราชสีมาได้ประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราวในพื้นที่ดังกล่าว และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองได้เข้าไปดำเนินการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าในรัศมี 1 กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรคให้กับสุนัขแมว ครบ 100% เรียบร้อย (98 ตัว)

ทั้งนี้ พบโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา 12 ตำบล ประกอบด้วย ต.ในเมือง ,ต.หนองระเวียง ,ต.จอหอ ,ต.พุดซา ,ต.ตลาด ,ต.หัวทะเล ,ต.หนองบัวศาลา ,ต.โพธิ์กลาง ,ต.หนองไข่น้ำ ,ต.พลกรัง ,ต.หนองจะบก และต.สุรนารี มี 10 ตำบล ผลการตรวจพบเชื้อพิษสุนัขบ้าในสุนัข ยกเว้น ต.พลกรัง พบเชื้อในหมู และต.โพธิ์กลาง พบเชื้อในแมว