น่าประทับใจ ตำรวจจีนเจอเด็ก 5 ขวบเดินคนเดียว เป็นห่วงเลยขับรถคุ้มกันจนถึงบ้าน

สองนายตำรวจจีน เจอเด็กหญิงวัย 5 ขวบ เดินอยู่กลางถนนคนเดียว เป็นห่วงเลยขับรถคุ้มกันจนถึงบ้าน เล่นบาคาร่า-ออนไลน์.com

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเช้าวันที่ 13 ส.ค. ในอำเภอหย่งเจีย มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายที่กำลังขับรถอยู่ ได้บังเอิญเจอเด็กหญิงวัย 5 ขวบ เดินกลางถนนอยู่คนเดียว พวกเขาสงสัยว่าเธอหลงทางหรือเปล่า

และเสนอว่าจะขับรถพาไปส่งที่บ้าน ซึ่งเด็กหญิงก็ปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่คลายกังวล ตัดสินใจขับรถตามมาช้าๆ จนเห็นกับตาว่าเด็กน้อยสามารถกลับบ้านเองได้อย่างปลอดภัย แล้วจึงจากไปในที่สุด

รองโฆษกแจงปม ตำรวจเมืองคอน ร่วมมือพวกจับชาวบ้านเรียกค่าไถ่

รอง โฆษก ตร. แจงปมจับตำรวจเมืองคอนกับพวก ร่วมกันทวงหนี้พร้อมจับผู้เสียหายเรียกค่าไถ่

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่มีการจับกุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจกับพวก รวม 4 คน ใช้อาวุธปืนร่วมกันนำตัวผู้เสียหายไปเรียกค่าไถ่ เหตุเกิดในพื้นที่ จว.นครศรีธรรมราช ว่า ได้รับรายงานจาก ภ.จว.นครศรีธรรมราช ว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันจับกุมตัว ส.ต.ท.จุติพงษ์ ยับ อายุ 26 ปี ผบ.หมู่(นปพ.)สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

พร้อมด้วยของกลาง 1.อาวุธปืนเล็กยาว ขนาด 5.56 มม. 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน เสื้อเกราะกันกระสุน 1 ชุด รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม

โดยแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ หน่วงเหนี่ยวกักขังบุคคลใดบุคคลหนึ่ง, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือจำเป็นเร่งด่วน, มีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่ง พงส.สภ.พิปูน จว.นครศรีธรรมราช ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลา 03.00 น. ผู้ต้องหากับพวก รวม 4 คน ใช้อาวุธปืนของกลางบุกเข้าไปบ้านผู้เสียหายที่เกิดเหตุ ทวงถามเงินที่เป็นหนี้อยู่ จำนวน 80,000 บาท จากผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่มีให้ ผู้ต้องหากับพวกจึงได้ใช้ผ้าผูกปิดตาผู้เสียหายนำไปกักขังไว้ที่เขตพื้นที่ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

หลังจากนั้น ส.ต.ท.จุติพงษ์ ได้ไปร่วมงานศพที่ อ.ท่าศาลา โดยให้พวกตนที่เหลือเฝ้าผู้เสียหายไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเเจ้งเหตุ แล้ววางแผนติดตามไปจับกุม ส.ต.ท.จุติพงษ์ และเยาวชนอายุ 17 ปี ไว้ได้ จากนั้นได้ทำการช่วยเหลือผู้เสียหายซึ่งถูกกักขังไว้ที่ อ.พรหมคีรี ได้โดยปลอดภัย

ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 คน อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยนายเทพประสิทธิ์นั้นยังถูกดำเนินคดีในข้อหาเสพและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายอีกด้วย

รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบเเล้ว ท่านได้กำชับให้เร่งติดตามผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว หากการสืบสวนสอบสวนพบว่ากระทำผิดจริงให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ทั้งวินัยและอาญา เพราะเป็นเรื่องที่รับไม่ได้หากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิดเสียเอง เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อองค์กร

หนุ่มเลือดร้อน ยัวะวัยรุ่นเปิดเพลงดังไม่ได้นอน คว้าปืนจ่อหัวยิงดับ

หนุ่มสุดยัวะวัยรุ่นเปิดเพลงเสียงดังกระหึ่ม ทำไม่ได้หลับไม่ได้นอน พูดแล้วไม่ฟังโกรธจัด ตัดสินใจคว้าอาวุธปืน .22 ลงมาจ่อหัวยิงตายคาที่ tytheblog.com

เมื่อคืนวานนี้ (13 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.อำพล ปัทชารี ร้อยเวรสอบสวน สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุ ชายถูกยิงเสียชีวิต บริเวณถนนทางเข้าทางเข้าโครงการ 4 การเคหะเมืองใหม่บางพลี ม.16 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวนและมูลนิธิร่วมกตัญญู

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะอีซูซุดีแม็กซ์แคป สีบรอนซ์เงิน จอดอยู่ริมถนน บริเวณกระบะด้านท้าย พบศพ นายชัยวัฒน์ อายุ 20 ปี สวมกางเกงขาสั้นสีดำ เสื้อคอกลมสีแดง สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืน ที่บริเวณขมับด้านซ้าย จำนวน 1 นัด

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายพักอยู่ที่เคหะเมืองใหม่บางพลี และหลังเลิกงานได้เปิดเครื่องเสียงรถยนต์ ที่จอดอยู่ด้านข้างตึกพร้อมกับเพื่อนๆ กระทั่งมีชายคนหนึ่งเข้ามาตักเตือนแต่ผู้ตายไม่ยอมปิดเครื่องเสียง จึงทำให้ชายดังกล่าวรู้สึกโมโห กลับขึ้นไปบนห้องและหยิบอาวุธปืนเดินลงมา จ่อยิงเข้าที่ขมับ ก่อนที่จะเดินกลับขึ้นไปบนห้องเพื่อรอมอบตัวกับตำรวจ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว นายสมบูรณ์ อายุ 38 ปี ผู้ก่อเหตุได้พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .22 ภายในห้องพักชั้น 3 เคหะเมืองใหม่บางพลี โดยให้การว่า ที่ข้างตึกที่ตนพักอาศัยอยู่มักจะมีวัยรุ่นมาเปิดเครื่องเสียงรถยนต์เป็นประจำ ทำให้ตนพักผ่อนไม่ได้เลย

และในครั้งนี้จึงตัดสินใจเดินลงมาตักเตือน แต่กลุ่มวัยรุ่นที่เปิดเครื่องเสียงยังเพิกเฉย ไม่ยอมหรี่เสียงหรือปิดเครื่องเสียง ทำให้ตนรู้สึกโกรธจัด จึงเดินขึ้นไปหยิบอาวุธปืนพกภายในห้องมาจ่อยิง และรอมอบตัวกับตำรวจ

เบื้องต้นทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายและมีและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในทางเมือง สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และควบคุมตัวไปสอบสวนต่อที่สถานีตำรวจ ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้ทำการส่งสถาบันนิติเวชวิทยาต่อไป

เปิดใจเหยื่อแท็กซี่ดูหนังโป๊ ปรามให้ปิด ยังกล้าอ้างหนังตลก ขนส่งจ่อเรียกฟันผิด

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก Taxi report TH โพสต์ภาพเหตุการณ์ในรถแท็กซี่คันหนึ่ง โดยผู้ขับมีเปิดหนังในรถ แต่ลักษณะคล้ายหนังโป๊ ในขณะที่กำลังวิ่งให้บริการผู้โดยสารอยู่นั้น

ล่าสุด นายมอส (นามสมมติ) ผู้โดยสารในรถแท็กซี่คันดังกล่าว เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 ส.ค.) เวลาประมาณ 20.00 น. ซึ่งตนโดยสารจากหน้าพาต้าปิ่นเกล้า ไปถึงโรงเรียนสามเสน และตลอดเส้นทาง คนขับรายนี้เปิดหนังโป๊เอาไว้ ตั้งแต่ตนยังไม่ขึ้นรถ เป็นลักษณะเปิดหนังผ่านเครื่องเล่นดีวีดีแบบพกพา ที่สามารถพับปิดได้ โดยคนขับแท็กซี่นำเครื่องเล่นวางไว้บนคอนโซลหน้ารถ ฝั่งผู้โดยสาร

ทั้งนี้ ระหว่างทาง ตนก็บอกว่าให้ปิดดีกว่า เนื่องจากไม่เหมาะสม ซึ่งผู้ขับก็ไม่ยอมปิด โดยบอกว่าเป็นหนังตลก แต่ตนยืนยันได้ว่าเป็นหนังโป๊จริง เนื่องจากเห็นอวัยวะเพศของนักแสดง แล้วคนขับยังไม่มีท่าทีที่เขินอายแต่อย่างใด ก็ยังคงเปิดหนังโป๊อยู่ต่อไป

นอกจากนี้ ตนคิดว่าการกระทำดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับที่ตนเป็นผู้โดยสารชาย คนขับจึงกล้าเปิดดูหนังในลักษณะนี้ แต่ตนมองว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่ขึ้นรถแท็กซี่คันดังกล่าว ก็ต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นตน แต่ทั้งนี้ ตนมองว่าหากเป็นผู้โดยสารผู้หญิงขึ้นมา เจอเหตุการณ์แบบนี้ อาจเกิดอันตรายได้

โดยหลังเกิดเรื่องตนได้แจ้งร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งแล้ว ซึ่งตนอยากให้ผู้กระทำผิดถูกลงโทษทางกฎหมาย และไม่มาก่อเหตุแบบนี้อีก อย่างไรก็ตาม ขอให้คนที่กำลังทำเช่นนี้ หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและเสื่อมเสียมาก

เผยโฉมฮีโร่สาวน้อยวัย 13 ว่ายน้ำช่วยฝรั่ง “นักดำน้ำถ้ำหลวง” ขับรถตกคลอง

จากเหตุการณ์นักดำน้ำชาวต่างชาติ 2 สามี-ภรรยา และเป็นหนึ่งในทีมดำน้ำช่วยทีมหมูป่าอะคาเดมีติดถ้ำหลวง ที่ขับรถตามจีพีเอสแล้วรถตกลงไปในคลองสินปุน

ล่าสุดได้มีการเปิดเผยว่า สาวน้อยวัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1โรงเรียนบ้านควนประชาสรรค์ อำเภอท่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่งกายชุดเนตรนารี เป็นคนแรกที่พบเห็นเหตุการณ์ และว่ายน้ำเข้าไปช่วยนักดำน้ำทั้ง 2 คน จนออกมาจากรถได้ ก่อนที่หนูน้อยจะว่ายน้ำกลับมาแจ้งพ่อแม่ ให้ประสานกู้ภัย และทหารมาช่วย

ตลอดเวลาในการช่วยเหลือ สาวน้อยจิตอาสาคนดังกล่าว จะว่ายน้ำไปกลับหลายเที่ยวกระทั่งมืดค่ำกว่าจะช่วยเหลือ 2 นักดำน้ำ รวมทั้งช่วยชักลากรถขึ้นมาได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งนักดำน้ำชาวต่าวชาติทั้ง 2 คน ประทับใจและทึ่งในความสามารถของสาวน้อยคนดังกล่าวเป็นอย่างมาก และยกให้เป็นฮีโรในเหตุการณ์ครั้งนี้

โดยหนูน้อยคนดังกล่าว คือ ด.ญ.จารุวรรณ ศรีสุกใส อายุ 13 ปี หรือ น้องกาแฟ อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 5 ตำบลกุแหระ อำเภอทุ่งใหญ่ เล่าว่าในวันเกิดเหตุมีฝนตกน้ำท่วม จึงออกมาว่ายน้ำเล่น ครั้งแรกที่เห็นกระแสน้ำพัดรถยนต์กระบะของนักดำน้ำทั้ง 2 คน รู้สึกตกใจและสงสาร จึงรีบว่ายน้ำตามไปช่วย โดยรถคันนี้ถูกกระแสน้ำพัดไปติดกับต้นปาล์ม จึงเข้าไปช่วยเหลือ 2 นักดำน้ำออกมาจากตัวรถได้ และเมื่อพบว่าผู้ประสบภัยเป็นชาวต่างชาติ จึงสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ ขอให้ทั้งสองรออยู่ที่รถจากนั้นก็ว่ายน้ำกลับมาบอกพ่อกับแม่ให้ทราบและแจ้งชาวบ้าน เจ้าหน้าที่กู้ภัย และทหาร มาช่วยจนสำเร็จดังกล่าว

ด้าน นางสมศรี ศรีสุกใส อายุ 47 ปี แม่ของ ด.ญ.จารุวรรณ กล่าวว่าปกติบุตรสาวเรียนเก่ง และว่ายน้ำแข็งมาก ซึ่งในวันเกิดเหตุต้องว่ายน้ำไปกลับระหว่างถนนกับจุดที่รถยนต์จมน้ำเกือบ 100 เมตร รู้สึกเป็นห่วง แต่ภูมิใจที่ลูกสาวมีจิตอาสาในการช่วยผู้อื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากสองนักดำน้ำจะประทับใจในความเป็นเยาวชนจิตอาสาของ ด.ญ.จารุวรรณ แล้วยังประทับใจในช่วงที่ชาวบ้านยกหมู่บ้านทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง และผู้ชาย มาช่วยกันชักลากรถยนต์จมน้ำลึกกว่า 20 ม.และไหลเชี่ยวกรากขึ้นมาได้เป็นผลสำเร็จ โดยเฉพาะเด็กๆ พยายามพูดคุยทักทายเป็นภาษาอังกฤษเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณแม้จะไม่รู้เรื่อง แต่ ด.ญ.จารุวรรณ สามารถพูดคุยสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี

โหดเหี้ยม พ่อเฒ่าวัย 88 นอนฟังวิทยุอยู่คนเดียว ถูกฆ่าตายจมกองเลือดคาบ้าน

คนร้ายลงมือโหด ฆาตกรรมชิงทรัพย์พ่อเฒ่าวัย 88 ปี ขณะที่กำลังนอนฟังวิทยุอยู่ที่บ้านพัก กวาดเงินสดไปจำนวน 6,000 บาท แหวนทอง 50 สตางค์ tytheblog.com

เมื่อเวลา 19.00 น. (9 ส.ค.61) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.วิเชียร โชคพิพัฒน์ทวี ผกก.สภ.หัวตะพาน ว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เผด็จ สุรพินิจ สาวัตรสอบสวน สภ.หัวตะพาน ได้เข้าทำการชันสูตรพลิกศพ นายบรรจง อายุ 88 ปี ซึ่งพบว่าถูกฆาตกรรมอยู่ที่บ้าน ม.9 บ้านนาคู ต.สร้างถ่อ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ

ทีเกิดเหตุพบว่าเป็นบ้านพักของผู้ตายเอง โดยพบผู้ตายนอนอยู่ที่บริเวณกลางบ้าน หน้าเครื่องเล่นวิทยุ และทีวี สภาพศพสวมเสื้อลายสก๊อต กางเกงขาสั้นสีดำ ถูกทำร้ายด้วยของมีคมบริเวณศีรษะและใบหน้าหลายแผล เสียชีวิตมานานแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้านของผู้ตายพบว่ามีร่องรอยการต่อสู้ เนื่องจากมีรอยเลือดเป็นจุดๆ ตามพื้นบ้าน

จากการสอบถามภรรยาและลูกสาวของผู้ตายทำให้ทราบว่า ก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิตนั่นไม่มีใครอยู่บ้านมีเพียงผู้ตายอยู่บ้านคนเดียว เนื่องจากวันนี้มีงานศพที่วัดบ้านนาคู ภรรยาและลูกสาวของผู้ตายก็ไปร่วมงานด้วย จึงมีแค่เพียงผู้ตายเท่านั้นที่อยู่บ้าน หลังจากที่เสร็จงานศพเวลาประมาณ 17.00 น. ภรรยาและลูกก็เดินทางกลับมาที่บ้าน พอมาถึงก็พบผู้ตายนอนจมกองเลือดอยู่ที่หน้าเครื่องเล่นวิทยุและทีวีแล้ว โดยขณะนั่นเครื่องเล่นวิทยุก็ยังคงเปิดทิ้งไว้อยู่ โดยที่ทางภรรยาและลูกสาวของผู้ตายยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่ามีทรัพย์สินหายไป 2 รายการ คือเงินสดจำนวน 6,000 บาท ที่ผู้ตายเอาติดตัวไว้ และแหวนทองรูปพรรณ 50 สตางค์

พ.ต.อ.วิเชียร โชคพิพัฒน์ทวี ผกก.สภ.หัวตะพาน ระบุว่าเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุนั่นมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีและน่าจะรู้จักกับผู้ตายด้วย โดยอาศัยช่วงที่ภรรยาและลูกสาวของผู้ตายออกไปงานศพ เหลือแค่ผู้ตายที่อยู่บ้านเพียงคนเดียวเข้าก่อเหตุ คาดว่าช่วงที่ก่อเหตุจะในช่วงเวลา 13.00 – 15.00 น. โดยคาดว่าคนร้ายจะนำอาวุธติดตัวเพื่อมาขู่เอาทรัพย์สินและพยายามเข้าบังคับชิงทรัพย์แต่ผู้ตายเกิดต่อสู้ จึงถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ก่อนที่คนร้ายจะกวาดเอาทรัพย์สินที่อยู่ในตัวผู้ตายและหลบหนีไป ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการปิดล้อมที่เกิดเหตุ เพื่อที่จะได้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บหลักฐานในจุดที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

น้ำจากกระบี่ไหลท่วม 10 หมู่บ้าน จ.สุราษฎร์ธานี

มีคำเตือนให้ประชาชนริมคลองพุมดวง คลองศก และแม่น้ำตาปี เตรียมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง ขณะที่ 10 หมู่บ้านของตำบลชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี รับน้ำจากจังหวัดกระบี่ ส่งผลกระทบต่อประชาชน เล่นบาคาร่า-ออนไลน์.com

(8 ส.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 46 กองบัญชาการกองทัพไทย ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่บ้านสะพานไทร ตำบลชัยบุรี อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งหมู่บ้านนี้รับน้ำมาจากเขาพนม จังหวัดกระบี่ ประกอบกับมีฝนตกลงมา ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่ง ประชาชนเดือดร้อน รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้

สถานการณ์ในตำบลชัยบุรี มีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง 10 หมู่บ้าน บางจุดของบ้านบางพัง บ้านสะพานไทร บ้านยวนปลา และบ้านบางแตน น้ำท่วมสูง และไหลเชี่ยว ส่วนอีก 6 หมู่บ้าน น้ำท่วมเส้นทาง สูง 15-20 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจร

ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สูงสุดวัดได้ 190 มิลลิเมตร ที่บ้านบางปรุ ตำบลคลองศก อำเภอพนม สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก 3 อำเภอ คืออำเภอพนม, ชัยบุรี และอำเภอท่าชนะ ส่วนพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังต่อไป คืออำเภอพระแสง และคีรีรัฐนิคม ซึ่งรับน้ำจากที่สูง

คืบหน้า ยิงคู่รักดับ ที่เขาชีจรรย์! พี่สาวเหยื่อเผย รู้ตัวผู้บงการ

จากเหตุการณ์ มือปืนโหดยิงคู่รักเสียชีวิตที่ เขาชีจรรย์ ล่าสุดพี่สาวออกมาเผย น้องสาวและแฟนหนุ่ม เคยถูกผู้บงการขู่ฆ่า และเอาปืนจ่อหัวหลายครั้ง tytheblog.com

วันที่ 30 ก.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายอนันตชัย อายุ 20 ปี ถูกยิงเข้าข้อมือซ้าย 1 นัด ขมับซ้าย 1 นัด เอวด้านขวา 1 นัด ใกล้กันพบร่าง น.ส.ปวีณา อายุ 20 ปี ถูกยิงเข้าแผ่นหลัง 1 นัด ท้ายทอย 1 นัด ขมับซ้าย 1 นัด และใต้ราวนมซ้าย 1 นัด นอนเสียชีวิตคู่กันอยู่ข้างรถโตโยต้าอินโนวา สีขาว ทะเบียน ฎง-9641 กรุงเทพมหานคร โดยพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. กระจัดกระจายตกอยู่รอบศพรวม 10 ปลอก อยู่บริเวณลานจอดรถ ฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ที่ห้องประชุม สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พลตำรจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ได้มีการสืบสวนหาข้อมูลจากพยานหลักฐานนับว่า ยังไม่คืบหน้ามากนัก เนื่องจากเหตุยังเกิดได้ยังไม่ถึง 24 ชม. ซึ่งทางตำรวจได้มีการสนธิกำลัง และเข้ามาดูแลในคดีนี้อย่างเต็มที่

ในส่วนของตัวผู้ตายทั้งคู่ทราบว่า ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านอ้อมใหญ่ จ.นครปฐม มาได้ประมาณ 1 เดือน กระทั่ง เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ซึ่งเป็นวันเกิดของฝ่ายหญิง ทั้งคู่พร้อมเพื่อนชายอีก 2 คน ได้พากันมาสังสรรค์เลี้ยงฉลองกันที่เมืองพัทยา ก่อนรุ่งเช้าจะเช่ารถพากันตระเวนเที่ยวที่ตลาดน้ำสี่ภาค ต่อด้วยสวนนงนุชพัทยา ก่อนทั้งคู่จะมาถูกมือปืนยิงปิดฉากชีวิตลงอย่างอนาถ เบื้องหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์

ซึ่งขณะนี้ได้มีการเรียกพยานหลายปาก มาสอบปากคำ แต่อยู่ในชั้นความลับเพื่อความปลอดภัยในชีวิตพยาน รวมถึงติดตามหาภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิด ในจุดที่ผู้ตายไปเที่ยว เพราะคาดว่า มือปืนจะสะกดรอยตาม ก่อนจะสบโอกาสลงมือยิง

ล่าสุด พี่สาวผู้เสียชีวิตได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “เสียงโทรศัพท์จากตำรวจท่านหนึ่ง เมื่อได้ฟังข่าวพี่ถึงกับทรุด…ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ไม่อยากเห็นภาพถ่ายที่เขาส่งมา ได้แต่ภาวนาอย่าให้มันเป็นจริง เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ อาลัยสุดแด่น้องฟอส&สปาย ขอบคุณทั้งสองที่ให้แต่สิ่งดีๆ เรื่อยมา ไหนว่าเราจะกลับไปอยู่ด้วยกันอีก ไหนว่าจะไปญี่ปุ่นด้วยกัน ทำไมทิ้งกันไปยังไม่ได้เห็นหน้าหลานน้อยเลย”

ต่อมาทางทีมข่าวเวิร์คพอยท์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ พี่สาวของผู้เสียชีวิต ได้ให้ข้อมูลว่า “คนที่ทำร้ายน้องคือเจ้าของผับแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ซึ่งทางเจ้าของผับเขาแอบชอบน้องมา 3-4 ปี แต่ว่าน้องไม่เล่นด้วย เลยมีการขู่ฆ่า และมีการเอาปืนจ่อหัวหลายครั้ง ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจจับคนชี้เป้าได้แล้ว และก็จะมีการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป และอยากจะบอกกับคนที่ทำน้องว่า ทำไมถึงทำกับน้องได้ลงคอ น้องเขาเป็นเด็กดี อยากให้จับคนร้ายให้ได้เร็วๆ”

ทริปวันเกิดเศร้า! มือปืนยิงคู่รักตายเคียงกัน 2 ศพ หน้าพระพุทธรูปเขาชีจรรย์

เมื่อเวลา 16.20 น. ( 29 ก.ค.61) ร.ต.อ.หญิง รสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกัน มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คน ภายในลานจอดรถ ฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์

ม.6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งได้รุดไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ. อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ. นาจอมเทียน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จังหวัดชลบุรี และ สภ.นาจอมเทียน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานชลบุรี หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุ ข้างรถโตโยต้า อินโนวา สีขาว ทะเบียน ฎง 6941 กทม. ฝั่งซ้ายพบร่าง นายอนันตชัย อายุ 20 ปี ถูกอาวุธปืนยิงเข้า ที่ข้อมือซ้าย 1 นัด ขมับด้านซ้าย 1 นัด เอวข้างขวา 1 นัด จำนวน 3 นัด ใกล้กันพบร่าง น.ส.ปวีณา อายุ 18 ปี ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ แผ่นหลังด้านขวา 1 นัด ท้ายทอยขวา 1 นัด ขมับซ้าย 1 นัด และใต้ราวนมซ้าย 1 นัด รวม 4 นัด ทั้งคู่เสียชีวิตคาที่ บริเวณรอบตัวผู้ตายพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. กระจัดกระจาย ตกอยู่ ใกล้ตัวผู้ตาย ทั้ง 2 คน จำนวน 7 ปลอก

สอบสวน นายนพดล อายุ 33 ปี คนขับรถเก๋ง โตโยต้า อินโนวา สีขาว ทะเบียน ฎง 6941 กทม ทราบว่า ตนเป็นพนักงานขับรถของบริษัทเช่ารถแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปรับกลุ่มผู้ตาย ที่โรงแรมแถวพัทยาใต้ โดยมีผู้ตายทั้ง 2 และเพื่อนผู้ชายอีก 2 คน คือ นายสายันต์ อายุ 43 ปี และ นายวราเทพ อายุ 20 ปี มาเที่ยวพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ โดยทั้งหมดได้ลงไปเที่ยวก่อน ที่ผู้ตายทั้ง 2 คนจะเดินกลับมาที่รถ ส่วนเพื่อนอีก 2 คน ได้ขอไปเดินซื้อของกินบริเวณแถวนั้น ซึ่งตอนนั้นตนนั่งรออยู่ ในรถขณะที่ผู้ตาย ทั้ง 2 กำลังจะขี้นรถ ตนก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ตนได้หลบอยู่รถ ก่อนที่เสียงปืนจะสงบ ก็ลงไปดูพบว่าทั้งคู่ถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว

สอบสวน นายวราเทพ อายุ 20 ปี เพื่อนผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายทั้งคู่ได้โทรศัพท์มาขักชวนให้ไปเที่ยวพัทยาเพื่อจัดงานวันเกิดของฝ่ายหญิง โดยนัดเจอกันที่ กทม. วันที่ 27 ก.ค ก่อนจะเดินมาท่องเที่ยวที่พัทยา จนในวันนี้ได้มาเที่ยวในพื้นที่สัตหีบ ซึ่งช่วงเกิดเหตุ ผู้ตายทั้งคู่ได้ขอกลับไปที่รถเก๋งก่อน โดยที่ตนและเพื่อนอีกคน ได้ขอแยกตัวไปซื้อของกินที่ใกล้เคียงกับที่จอดรถ จนได้ยินเสียงปืนจึงเดินมาดูก็พบว่าทั้งคู่ได้ถูกยิงตายไปแล้ว สำหรับเพื่อนทั้งคู่เป็นแฟนตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ก่อนจะไปทำงานที่สถานบันเทิงในภูเก็ต แล้วย้ายมาทำงานที่จังหวัดนครปฐม จนมาถูกยิง โดยที่ตนก็ไม่รู้เหมือนว่าสาเหตุอะไร

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบถามพยานในที่เกิดเหตุทราบว่าคนร้ายได้ขับรถเก๋ง สีขาว ไม่ทราบทะเบียน มาจอดรอบริเวณดังกล่าว ก่อนที่คนนั่งข้างคนขับ จะเปิดกระจกแล้วกระหน่ำยิง ก่อนจะขับหลบหนีไปโดยไม่ทราบทิศทางที่หลบหนี

เบื้องต้นได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งผ่าพิสูจน์ ยังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นในเรื่องชู้สาว เพราะฝ่ายหญิงทำงานเป็นพนักงานต้อนรับลูกค้าตามสถานบันเทิง ส่วนฝ่ายชายเป็นพนักงานเสิร์ฟ ตามสถานบันเทิงเช่นเดียวกัน

คุณป้าอยู่บ้านแล้วเหงา ตระเวนล้างจานไม่คิดเงิน จู่ๆ เจอเงินแสนในถังขยะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (27 ก.ค.) ที่ สภ.เมืองระยอง พ.ต.ท.ยุทธชัย โพธิ์รุ่ง สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้ง จาก นางอัจฉรา กนกพัชรกุล อายุ 65 ปี ว่า พบเงินสดในถังขยะ ต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดตามเจ้าของเงิน tytheblog.com

โดยนางอัจฉรา เล่าว่า ตนเองมีลูก 3 คน ทุกคนเติบโตแล้วและไปทำงานโรงงานอุตสาหกรรมกันหมด ลูกไม่ได้ปล่อยให้ลำบาก แต่ทุกวันอยู่บ้านคนเดียวก็เหงา จึงออกมาช่วยเพื่อนบ้านในตลาดเก่า ทำงานที่ร้านขายอาหาร โดยไม่รับค่าจ้าง

เวียนไปช่วยอยู่ 3 ร้าน ทุกเช้าจะออกจากบ้านแต่เช้า ไปช่วยร้านชื่อ โพธิ์แก้ว ขายหอยทอด-ผัดไทยวุ้นเส้นทะเล มีหน้าที่ไปช่วยเก็บชาม ล้างจาน ทำแล้วไม่เหงา คิดว่าให้ร่างกายได้ออกกำลังกาย

เมื่อเช้าวันที่ 26 ก.ค. ขณะกำลังมาจัดร้านขายหอยทอด เริ่มทำความสะอาดเพื่อเตรียมขายตามปกติ กวาดพื้นเสร็จแล้วก็เดิน เอาขยะไปทิ้ง ห่างจากร้าน 20 เมตร มีถังขยะสีเขียวของเทศบาลสูงประมาณ 1 เมตร วางเรียงกันอยู่ 3 ใบ ด้านข้างตลาด ตนเองก้มจะทิ้งถังขยะใบกลาง มองลงไปก็ต้องตกใจ เพราะเห็นธนบัตรชนิด 1,000 บาท ทิ้งเกลื่อนอยู่ก้นถัง ธนบัตรแต่ละใบไม่ได้มีการมัดหรือนับเอาไว้เลย
ตนเองจึงรีบเก็บใส่ถุงพลาสติก แล้วรีบกลับบ้านทันที เพราะความกลัวด้วย นำกลับไปนับที่บ้าน นับได้รวมจำนวนทั้งสิ้น 117,000 บาท จากนั้นได้รอลูกสาวกลับมาจากที่ทำงาน ก่อนปรึกษากันด้วยความไม่สบายใจ เพราะเงินจำนวนมากที่ไม่ใช่ของตน จึงได้ให้ลูกสาวชื่อเตยอายุ 30 ปี พามาหาเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยตามหาเจ้าของเงินให้ด้วย พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ด้าน พ.ต.ท. ยุทธชัย กล่าวว่า ถ้าภายใน 1 ปี เจ้าของเงินทั้งหมดนี้ไม่มีคนมาแสดงหลักฐานเป็นเจ้าของ เงินทั้งหมดนี้เป็นจะตกเป็นของคนที่เก็บได้