พ่อแม่คาใจ “พลทหารคชา” โดน 3 รุ่นพี่ซ้อม แต่ร่างกายไม่พบรอยทำร้าย

จากกรณีครอบครัวของพลทหารคชา อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี เข้าโรงพยาบาลด้วยอาการหัวใจหยุดเต้น แต่ไม่แจ้งว่าเกิดจากสาเหตุอะไร

จนต่อมาญาติได้ทราบว่าพลทหารคชาถูกซ้อมโดยรุ่นพี่ 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คนได้ยอมรับว่าทำไปเพราะหมั่นไส้

ความคืบหน้าที่โรงพยาบาลอานันทมหิดล กรมแพทย์ทหารบก จ.ลพบุรี โดย พล.ต.ชัชวาล บูรณรัช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอานันทมหิดล เปิดเผยว่า อาการของพลทหารคชาตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาล พบว่ามีภาวะหัวใจหยุดเต้น แพทย์ต้องทำการปั๊มหัวใจ จนกระทั่งกลับมามีชีพจรอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่รู้สึกตัว จึงต้องใช้การต่อท่อช่วยหายใจ นอกจากนี้พบว่าไตไม่ทำงาน จึงต้องใช้การล้างและฟอกไตเพื่อจำกัดของเสีย

ทั้งนี้ จากอาการหัวใจหยุดเต้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการทางระบบประสาท สมองบวม เนื่องจากขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน ซึ่งไม่สามารถที่จะผ่าตัดได้ เพราะมีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม อาการแรกรับพบว่าคนไข้ไม่มีเลือดออกในช่องท้อง ไม่มีกระดูกซี่โครงหัก หรือมีรอยช้ำตามร่างกาย ซึ่งแนวทางในการทำการรักษาต่อไปจะต้องให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด และทำการสแกนสมอง พร้อมทั้งใส่เครื่องช่วยหายใจ โดยยืนยันว่าแพทย์จะดูแลรักษาอย่างเต็มที่
ทางด้าน พันเอกหญิงอภิรดี เที่ยงคำ อายุรแพทย์ โรงพยาบาลอานันทมหิด เปิดเผยว่า ขณะแรกรับคนไข้ พบว่าคนไข้ไม่หายใจแล้ว แต่ไม่พบร่องรอยบาดแผลใด ๆ ตามร่างกาย และไม่พบความผิดปกติที่เห็นชัดเจน อีกทั้งคนไข้มาด้วยอาการหยุดหายใจ จึงไม่สามารถตรวจสอบอาการได้เหมือนกับคนไข้สภาวะปกติ ซึ่งผู้ที่นำตัวคนไข้เข้ารับการรักษานั้น ก็แจ้งเพียงว่าคนไข้หมดสติ อีกทั้งทางโรงพยาบาลไม่ทราบประวัติการรักษาเดิมของคนไข้ ทำให้ต้องทำการเร่งปั๊มหัวใจเพื่อให้ฟื้นก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งรายละเอียดอื่น ๆ ทีมแพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ว่าคนไข้หยุดหายใจจากสาเหตุใด

นอกจากนี้ พันเอกอำนาจ เมฆชมพู ศัลยแพทย์ประสาท ระบุว่า ขณะนี้คนไข้สามารถหายใจเองได้ แต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เรื่องการทำงานของระบบไต ค่อนข้างดีขึ้น ซึ่งโดยรวมภาวะของคนไข้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ทรงตัว มีการขยับขาได้เองบางครั้งเมื่อถูกกระตุ้น ส่วนสาเหตุที่สมองบวมนั้น เป็นเพราะคนไข้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น ทำให้เลือดไม่ส่งไปเลี้ยงสมอง เมื่อสมองขาดออกซิเจน จึงทำให้เซลล์สมองตาย
ขณะที่ นายคมฉัน และ นางรุ่งฤดี พ่อและแม่ของพลทหารคชา กล่าวว่า ภายหลังจากดูอาการตั้งแต่วันแรก พบว่าลูกลืมตาได้เพียง 2 ครั้งจากนั้นก็หมดสติไป ตนเองก็ยังอยู่ในภาวะเสียใจ และยังคงติดใจสาเหตุของการถูกกระทำในครั้งนี้ ที่ผ่านมาลูกก็มีสภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เคยมีโรคประจำตัว

ตนเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกตนจึงต้องมาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ตนไม่ทราบว่าลูกชายถูกทั้ง 3 คนซ้อมในลักษณะไหน ร่างกายลูกจึงไม่มีบาดแผล ทั้งนี้ ผู้ใหญ่และทีมแพทย์ก็ได้ให้ความเป็นธรรม และดูแลค่อนข้างใกล้ชิด ซึ่งเบื้องต้นทางครอบครัวได้ไปขอใบรับรองแพทย์แล้ว เพื่อเตรียมที่จะแจ้งข้อกล่าวหาแก่ทั้ง 3 คน

ใส่ความเห็น